หุ้นอัลฟาเบทร่วงหนักหลังนักลงทุนกังวลปัญญาประดิษฐ์ทำลายรายได้โฆษณา
8 พฤศจิกายน 2026 · อ่าน 1 นาที
เผยแพร่แล้วในภาษาอื่นด้วย Nederlands
บริษัทอัลฟาเบทซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิลเผชิญกับความกังวลจากนักลงทุนหลังจากการเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสเมื่อวันพุธที่ 28 ตุลาคม 2569 ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นดิ่งลงอย่างรุนแรงในวันถัดมา การลดลงของมูลค่าตลาดครั้งนี้ถือเป็นความสูญเสียรายวันที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่บริษัทเคยประสบมา โดยเกิดจากความวิตกกังวลต่อความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจค้นหาข้อมูลในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์กำเนิดเข้ามามีบทบาทสำคัญ
ปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดตอบสนองในเชิงลบคือฟีเจอร์สรุปคำตอบด้วยปัญญาประดิษฐ์ที่นำเสนอข้อมูลสังเคราะห์โดยตรงเหนือผลการค้นหาแบบดั้งเดิม ซึ่งทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้รับคำตอบทันทีโดยไม่ต้องคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ภายนอกหรือโฆษณาสปอนเซอร์ โมเดลรายได้เดิมของบริษัทที่พึ่งพาการแสดงผลโฆษณาและการคลิกจากผู้ใช้นั้นกำลังถูกท้าทายโดยตรงจากนวัตกรรมที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง เนื่องจากลดโอกาสในการสร้างรายได้จากโฆษณาเมื่อประสบการณ์การค้นหาเปลี่ยนไปสู่รูปแบบการสนทนาที่น้อยลงซึ่งต้องพึ่งพาลิงก์ภายนอก
แม้บริษัทยังไม่ได้ยืนยันว่าคำตอบที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์จะทำให้รายได้ลดลงอย่างถาวร แต่ตัวเลขทางการเงินแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของธุรกิจโฆษณาต่อองค์กร ในปี 2567 รายได้จากโฆษณาสร้างมูลค่า 264,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 76 ของรายได้รวมทั้งหมดของอัลฟาเบทที่อยู่ที่ 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยธุรกิจค้นหาคือเครื่องยนต์หลักที่สร้างรายได้ประมาณ 198,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีเดียวกัน ความท้าทายคือการรักษากระดับรายได้โฆษณาไว้ให้ได้ในขณะที่รูปแบบการใช้งานเปลี่ยนแปลงไป
ในขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างต่อเนื่อง โดยค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนเพิ่มขึ้นจาก 44,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสที่สอง เป็น 51,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสที่สามของปี 2569 การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนี้ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานทางคอมพิวเตอร์ ศูนย์ข้อมูล หน่วยประมวลผล และการพัฒนาโมเดล ซึ่งสร้างความกดดันต่อกระแสเงินสดและความสามารถในการทำกำไร ในขณะที่บริษัทต้องรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันท่ามกลางความกังวลของตลาดต่อการบริโภคเงินสดที่เพิ่มสูงขึ้น